anNettE's profile"Goodthing for Remember"PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    22 September

    ชอบๆๆๆ เทอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเทอ

    ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
    จะมีไหมหนาที่ลอยอยู่เองเฉยๆ
    ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย                           ดาว
    ไม่เคย ไม่เห็นเลยสักดวง

    ดาวของฉันเธอว่าห่างไกลลิบๆ
    แต่ดาวไหนๆ มันก็อยู่ไกลกันทั้งนั้น                                                                                                              สวมกอดด้านซ้ายสวมกอดด้านขวา
    ดาวของเธอฉันว่าก็เหมือนกัน
    กี่ปีแสงนั้นอย่านับเลย

    เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน                            พระอาทิตย์
    ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร
    เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน
    เปลี่ยนไปจากเดิม
    เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ ให้ใกล้กัน

    เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
    แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง
    เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ                                                                                            หัวใจสีแดง
    และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน

    ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย
    ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ
    ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง     หลอดไฟ
    มีเส้นทางหมุนของตัวเอง

    เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน
    ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร
    เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน                                                                                              จันทร์เสี้ยว
    เปลี่ยนไปจากเดิม
    เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ ให้ใกล้กัน

    เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
    แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง                                              ขยิบตา
    เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
    และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน

    เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
    แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง                                                                                  กุหลาบแดง
    เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
    และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน

    และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า            ดาว
    27 August

    หลังจากที่เงียบหายไปเป็นปีๆ จากสเปซนี้

    มีเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บางเรื่องเป็นเรื่องที่น่าจำ แต่บางเรื่องก็ไม่สมควรที่จะจำ
    คิดอะไรเอาไว้ ณ วันนี้เราก็ยังไม่ได้ลงมือทำ ได้แต่ฝากความคิดเอาไว้กับตัวเอง แต่อย่างน้อยๆ เราก็เคยที่คิดจะทำ
    อาจจะเพราะบางอย่าง บางสิ่งยังไม่พร้อม แต่ก็คงไม่มีคัยพร้อมมาตั้งแต่แรก แต่สักวันเราจะค้องทำให้มันเป็นจริงให้ได้
    ลองดูสักตั้ง ระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้สัก 3 เดือนนี้ จะเป็นอย่างไร จะทำได้ดีแค่ไหน สิ้นเดือนพฤศจิกาเราจะต้องจบความคิดนั้น
    แล้วเริ่มลงมือทำเมื่อเดือนธันวา จะสำเร็จมั้ยหนอ เอาจริงสักทีเถอะเรา
    มาบ่นตัวเองเพื่ออะไรเนี้ย เอาเป็นว่า อย่างน้อยๆ ที่บ่นมาวันนี้ น่าจะช่วยให้เราจดจำความคิดของเราเอาไว้ จะอะไรก็ช่าง ให้เป็นรูปธรรมเร็วได้ยิ่งดี...สู้ๆ ยิ้มแฉ่ง
    28 September

    มาแว้ว...

    มาอัพแร้ว...
     
    จากที่ไม่ว่างมาหลายต่อหลายวัน  วันนี้เราก็ไม่ว่างอยู่ดี  อาศัยมาอัพตอนกลางคืนเอาล่ะกันนะจ๊ะ
     
    วันนี้พวกเรามีความหวังเรื่องเที่ยวต่างจังหวัดขึ้นมาอีกครั้ง  และก็กำลังรอคำตอบจากเพื่อนๆว่าคอนเฟริมหรือไม่
     
    อยากไปกับเพื่อนๆมั่กๆ เราไม่ได้ไปต่างจังหวัดกันนานแร้วนะ  ตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้วล่ะ
     
    เหอๆ คิดอยู่เหมือนกันว่าเดือน พ.ย. จะชวนไปเกาะเสม็ดสักหน่อย  จาว่างไปกันมั้ยอ่ะ 
     
    ยอมลาพักร้อนเลยนะ  ครายว่างก็ว่ามา  แต่แพรก็ลางานไม่ค่อยได้ใช่ม่ะ  ส่วนบีก็ต้องบอกตั้งแต่เนิ่นๆ
     
    ถ้าชินก็ไม่แน่  เหอๆ คิดไปเองคนเดียวอีกล่ะ  แววมาแรงมั่กๆ ว่าจาไม่ได้ไป  งั้นก็ตุลานี้ล่ะกันนะ  หยุดพร้อมหน้าพร้อมตากันให้หมด
     
    จะได้ไปด้วยกาน...หุหุ  
     
    ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมาก  ตกทุกวันเรย  ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะเพื่อนๆ ครายที่ไม่สบายอยู่แล้วก็ขอให้หายไวๆ นะจ๊ะ
     
    คิดถึงเพื่อนๆ จ้า  รอ meeting อยู่นะจ๊ะ  (รีบๆไปซะ  เงินเดือนออกแล้ว  ถ้าหลังจากนี้สักสองสัปดาห์อาจจะอดไปได้)
     
    ไปนอนดีก่า...หุหุ  บายๆ
    18 September

    วัน... (เหมือนจะ) ...ว่าง

     
    มาแร้นจ้า
     
    วันนี้เราไม่ได้อยู่ออฟฟิศนะ  เรามาสัมมนาที่แถวๆพัฒนาการ  วันนี้นึกว่าจะง่วงมากมาย  แต่ป่าวเลย
    ซึ่งปกติแล้ว ถ้าเรานั่งฟังเฉยๆ เราก็จะเกิดอาการง่วงใช่ป่ะ  ก็มีบ้างนะ  แต่ไม่เยอะ  ไม่รู้ทำไม
    หรือว่ามีพี่ที่โรงงานไปด้วยอีกคนล่ะมั้ง  เหอๆ  เอานะ  ขำๆ
     
    วันนี้ไม่มีอารายหรูหราอีกหรอก  เป็นวันธรรมดาอีกหนึ่งวัน  นั่งเนือยๆ กินทั้งวัน  55+
    แอบนั่งเซ็งๆ ด้วยอ่ะ  ก็เลยนั่งคิดเงินเดือนเล่นๆ นั่งคิดว่าปีหน้าเราจะไงดีกับชีวิต
    ตอนนี้เราคิดอยากจะเรียนอีกแล้วล่ะ  แต่ก็อีกนะ  คืออีกใจคิดอยากจะดาวน์รถ
    เพราะถ้าย้ายไปชลบุรีก็คงจาลำบากกว่านี้อีกนะ  คิดอยู่อ่ะ  เอาไงดี  คือ
     
    1. ซื้อรถ  ดาวน์ตอนต้นปีหน้าเลย  แล้วก็ผ่อนสัก 4-5 ปี
     
    2. เรียนต่อ  เป็นปีหน้าเลย  ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ( ม.กรุงเทพ กับ ม.บูรพา )  ซึ่งจาใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปี
     
    เห็นม่ะ  ว่าตัดสินใจยากอยู่เหมือนกัน  ครายคิดว่ายังไงก็บอกด้วยนะ  (ขอถามความคิดเห็นเพื่อนๆ หน่อย)
     
    ไปล่ะ  ง่วงแย้ว  เด๋วพรุ่งนี้เช้าต้องไปสัมมนาอีก  เด๋วตื่นสายง่ะ  ว่างๆจามาอัพอีกเน้อ....
     
    "........miss  u  my  friends......" 
    13 September

    วันนี้วันพฤหัสแย้ว

    วันนี้รู้สึกแปลกๆตั้งแต่เช้า  ตื่นมาก็อาบน้ำ  แต่ไอ้ตอนที่กำลังแต่งตัวนี่สิ  โดยปกติแล้วก็จะเปิดเพลงดังๆ
    และก็ฟังเพลง  แต่งตัวไปด้วย  แต่วันนี้สิ  เปิดเพลงปกตินะ  แต่ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง  ดัง  ติ๊ด  ติ๊ด  ติ๊ด  ติ๊ด....
    นานมากๆ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ  กลัวใครด่าแล้วเอาระเปิดมาวางไว้หน้าห้อง  พอออกไปดูก็ไม่มี
    จนแต่งตัวเส็ด ก็เดินหารอบห้องเลย ก็ไม่เห็นอีก  เหอๆ เอาไงล่ะทีนี้  ถ้าไม่เจอก็ไม่อยากออกไปนอกห้อง  กลัว...
    พอเดินไปเดินมา ก็เงี่ยหูฟังตรงโน้นทีตรงนี้ที  สุดท้ายก็ไปเจอ.....(ให้ทายว่าเจออะไร).....อ่ะเฉลย
    นาฬิกาหลุกถ่านหมดง่ะ........5555+
    ฟังแล้วทุเรศหูจริงๆ ก็กลัวคัยเค้าจะเอาระเบิดมาวางไว้หน้าห้องนี่นา...
     
    ตอนขับรถมาทำงานตอนเช้านี้  ก็มาด้วยความทุลักทุเล  ถนนเปียกแชะไปหมด  ไม่ต้องห่วงเลยว่าน้ำจะใส  ไม่มีอ้ะ  เป็นน้ำขี้โคลนไปซะหมด
    ว่าไปก็เกือบจะถึงทางเข้าออฟฟิศล่ะ  เราก็ขับหลบน้ำมาเลนส์ขวาสุด (ทุกคันก็จะวิ่งแบบเราอยู่แล้ว  ไม่ได้เห็นแก่ตัวนะ..)
    ทีนี้ไม่รู้ไอ้มอร์ไซค์ขับบ้าๆ มาจากข้างหลังได้ยังไง  ไม่ได้ต่อแถวเหมือนเรา  มันแซงซ้ายนะแถมยังเหยียบน้ำแล้วกระเด็นเยอะมาก
    มันวิ่งลุยน้ำที่เจิ่งๆ อ่ะ คิดดูดิ  กระเด็นโดนกระโปรงเลย  และก็ยังโดนถุงใส่ข้าวของเราอีกตะหาก
    แทบจะไม่อยากกินข้าวเลยอ่ะ  ก็เพราะน้ำที่กระเด็นขึ้นมามันเป็นน้ำสีน้ำตาลอ่ะดิ  โค-ตร เส้าเลย  แย่มั่กๆ  นิสัยไม่ดีไอ้พวกนี้
     
    แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะทำงานล่ะ  เอาไว้จะเข้ามาอัพต่อ... 
     
    แม่จ๋า.....นู๋อยากกลับบ้านแย้ว....Crying
    12 September

    เรื่องของวันนี้

    12-9-07  หิหิ  วันที่มีความวุ่นวายปนความสบายใจ...
     
    วันนี้ตื่นเช้าด้วยนะ  ไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งกิน (แต่ตอนนี้ 10.30 น. แล้วก็ยังม่ะได้กินเยย) 
    มาเช้ามากจนพี่เค้าแซวกันว่าฝนคงจะตกหนัก จนบ้านทะลุแน่เยย (ก็มาแต่เช้า 2 วันล่ะ)
     
    มาถึงออฟฟิศก็ทำโน้นทำนี่  เริ่มจากงานแม่บ้าน  ก็เมื่อวานไปกดละลายน้ำแข็งตู้เย็นอ่ะดิ  เช้ามาน้ำเลยเจิ่งนองไปหมด ต้องตามเช็ดไปทั่ว  เหนื่อยดี
    พอแปดโมงก็ลงมือทำงานหลวง  ออกไบส่งของ  เปิดอินวอยซ์  เยอะแยะไปหมด  รุมหน้ารุมหลังเราอีกตะหาก
    คัยพูดโน้นพูดนี่ก็ทำให้เราหงุดหงิดไปซะหมด  ไม่ได้ตั้งใจนะ  ก็เห็นว่าเรายุ่งอยู่ก็ไม่น่าจะมาพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องตอนนั้นนี่นา  เส้าจัง
    (ขอโต้ดด้วยน๊า...  ถ้าคัยโดนลูกหลงไป  แหะๆ)
    เส็ดแล้วก็มาเปิดพีโอ  สั่งซื้อแก๊สเชื่อมอะไรสักอย่าง  เหอๆ เหนื่อยดี
    วันนี้แค่ช่วงเช้าเราก็เหนื่อยแย้ว  เดินไปเดินมา  ปวดขาละ
    55+
    แต่ตอนนี้หรอ  ก็เริ่มว่างแล้วอ่ะสิ  ก็เลยมานั่งอัพบล๊อก  แต่อัพเส็ดก็จะไปกินแย้ว  หิวมั่กๆ  ซื้อมายังไม่ได้กินเลย
    ไม่มีไรหรอก  ตอนนี้รู้สึกสบายใจทุกๆเรื่อง  ไม่ต้องกังวลอะไร  มีกำลังใจทำทุกๆสิ่งเป็นอย่างดี
    55555+  ไปกินข้าวเหนียวหมูปิ้งล่ะ........เด๋วจาได้มาจัดการงานที่ค้างต่อ....หุหุ...Sarcastic
     
    10 September

    มาแว้ว....!!!

    ไม่มีอะไรหวือหวา  ไม่มีอะไรเพอร์เฟกซ์  ไม่มีอะไรดูดีตลอดเวลา 
     
    ไม่มีอะไรที่ดีกว่าที่เรามีความสุขอยู่ตอนนี้  เหอๆ รู้สึกดีและสบายตัวยิ่งนัก
     
    การที่เรามีความสุขเท่าที่เราเพียงพอมันก็ดีอย่างนี้  เราไม่ต้องไปไขว่ขว้าจากที่ไหนอีกแล้ว
     
    เบื่อกับการสรรหาสิ่งที่จะให้เรามีความสุข  แค่นี้ก็คงพอ  เหลือก็เพียงแต่  เราจะทำยังไงให้วันพรุ่งนี้เราสามารถยืนได้อย่างมั่นคง
     
    อย่างเพิ่งคิดถึงอนาคตมากนัก  เพราะถ้าเราผิดหวังเราก็จะท้อแท้อยู่ตลอดเวลา  มีคนเคยบอกว่า
     
     >>>>>  เลิกตั้งความหวังกับอนาคต  แต่ให้ตั้งใจกับปัจจุบัน  โดยมีอดีตเป็นพลังผลักดันให้ก้าวเดิน  <<<<<
     
    เนี้ยนะ  รู้สึกดีมั่กๆ ทำให้เรามีกำลังใจเดินต่อไป  ให้เราได้คิดตาม  ดีนะ
     
    ตอนนี้อยากได้นั้นอยากได้นี่  แต่ก็คิดในใจตัวเองเหมือนกันว่า  ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ก็จะไม่มีทางได้มันมา
     
    ปีหน้าเราต้องทำให้ได้  เลิกฟุ่มเฟือยซักที.....ไม่งั้นก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่เราอยากได้....
     
    สู้ๆๆๆๆ  
     
    เนี้ยๆ อิจฉาเพื่อนบางคนนะ  มีแฟนดีก็ดีไป  แต่อย่าทำให้เพื่อนเราเสียน้ำตาละกัน  ไม่งั้นก็ไม่ยอม
     
    แต่ก็อ่ะนะ  คงไม่มีคู่ไหนดูดีเท่าคู่นี้ล่ะ  555+
     
    ไม่บอกล่ะกันว่าใคร  คิดกันเอาเอง....หุหุ  ไปล่ะ  เถลไถลมานานล่ะ  เด๋วเจ้านายจะไล่ออกซะก่อน  เหอๆๆๆๆ
     
    ว่างเมื่อไหร่จะมาอัพใหม่ล่ะกานนน
     
    ดูแลตัวเองกันดีๆ นะจ๊ะ..
    29 August

    เล่าสู่กันฟังนะ

    ไปอ่านหนังสือเล่มนึงแล้วเจอเรื่องที่น่าฟัง น่าคิด อยากให้เพื่อนๆได้สัมฟัสกับมันด้วยอ่ะ  ลองอ่านดูนะ
     
    ไม่รู้จัก "ความกล้า"  ถ้าไม่เดินออกมาจาก "ความกลัว"
     
    มนุษย์เรามีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  แต่ก็มีเหมือนกัน  ที่คิดว่าตัวเองเป็นเต่า
    ไม่อยากขยับเขยื้อนตัวเองไปไหน  ด้วยเหตุผลสำคัญคือ "ไม่กล้า"
     
    หลายคนเลยไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำสักที  เพราะไม่กล้าตัดสินใจ
    ไม่กล้าผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดในชีวิต
    ฉันมองเห็นว่า ...  ความเปลี่ยนแปลง  คือสิ่งเดียวที่บอกให้รู้ว่าเรากำลังเคลื่อนไหว
     
    ยังไม่ตายไปจากโลกใบนี้
    คนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง  อยู่กับสิ่งเดิมๆมาเป็นเวลานาน
    เลยมักท้อแท้  เบื่อหน่าย  และอยากตาย
     
    มีหลายคนไม่พอใจในงานที่ตัวเองทำอยู่  แต่ไม่กล้าเดินออกมา  เพราะกลัวว่าสิ่งที่พบเจอข้างหน้าจะแย่กว่านี้
    ทำไมเราชอบคิดว่าตัวเองต้องซวย  ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า ... สวรรค์มีรางวัลสำหรับผู้กล้าและมักลงโทษคนอ่อนแอ
     
    ที่แย่ก็จะรู้สึกแย่ลงไปเรื่อนๆ ทั้งๆ ที่ยังอยู่ตรงจุดเดิม
    ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา  แต่ฉันชอบให้ชีวิตตัวเองมีเรื่องราวบ้าง  ไม่ว่าร้ายหรือดี
    ดีกว่าปล่อยชีวิตไปวันๆ โดยนึกเรื่องคุยไม่ออกสักเรื่อง  เพราะมันเหมือนเดิมทุกวัน
     
    เรามีชีวิตอยู่เพียงชีวิตเดียว..อย่าผูกมันอยู่กับความกลัว
    มันจะบั่นทอนความสุขของเธอไปเรื่อยๆ  ที "ความรัก" ที่ใครต่อใครบอกว่า  มันจะมีทุกข์ตามมาเสมอ
    ทุกคนยังกล้าที่จะเผชิญกับมัน  เรียกร้องที่จะสัมฟัสมัน  แล้วชีวิตเราทั้งชีวิต..จะปล่อยให้มันหยุดนิ่ง
    มีเพียงลมหายใจที่ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่..แค่นั้นหรือ ???
     
    ถ้าเธอมีเส้นชัย..เธอต้องเดิน..เธอต้องเคลื่อนไหว
    จะเจออะไรมันก็ต้องเจอ  เพราะถ้าไม่ผ่านมันมาบ้าง  จะรู้ได้ไงว่าเรากำลังเดินอยู่
     
    จาก Life  Lotion จ้า...
     
     
    17 July

    คนหนึ่ง...ในชีวิต

    วันนึงที่เรามองไม่เห็นคัย เราก็มักจะมองเห็นคนคนหนึ่งอยู่เสมอ คนนั้นจะยิ้มให้เรายามที่เราท้อ ยามที่เราหมดกำลังใจ
    ไม่เหลือคัย เชื่อมั้ยว่าชั้นไม่เคยทำดีได้อย่างที่เค้าทำให้ชั้นเลย ชั้นเป็นฝ่ายรับเสมอ โดยที่เค้าให้เราได้หมดทั้งใจ
     
    บางครั้งเราก็ไม่กล้ารับในสิ่งที่เค้าหยิบยืนให้เราด้วยความจริงใจ
    บางครั้งเรารู้สึกระอากับตัวเองที่ทำให้เค้าต้องเหนื่อยใจกับเรา
    บางครั้งเราก็นึกถึงคำพูดของเค้าที่ทำให้เรายิ้ม และลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง
    บางครั้งเราก็นั่งร้องไห้กับตัวเองแต่หารู้ไม่ว่า มีคนที่เค้ากำลังร้องไห้ไปกับเราเมื่อเค้ารับรู้ปัญหาของเรา
    บางครั้งเราก็ทำในสิ่งที่เราอยากทำ ทำไปตามใจตัวเอง โดยที่ไม่ได้คิดถึงเค้าคนนั้นเลยว่า เค้าจะรู้สึกอย่างไร
    บางครั้งเราก็นิ่งซะจนเค้าไม่รู้เลยว่าเราต้องการสิ่งใดกันแน่
    บางครั้งเค้าก็จนปัญญาไปกับเรา เพราะเราดื้อกับเค้ามากเหลือเกิน
    บางครั้งเราก็นิสัยเสียจนเค้าทนไม่ได้อีกแล้ว
    บางครั้งเราก็เห็นแก่ตัวเกินไป จนทำให้เค้าหมดความอดทนกับเรา
    บางครั้งเค้าก็เป็นทุกอย่างให้เรา จนเราคิดว่า ทุกสิ่งที่เราได้รับมันมากมายเหลือเกิน
    บางครั้งเค้าก็ต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะเรา ยามที่ไม่สบายก็มาคอยดูแล เป็นห่วง ทั้งๆที่ปากบอกไม่ใช่
    บางครั้งเค้าก็อยากเข้ามาใกล้เรา แต่เค้าก็ต้องป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บอีก
    บางครั้งเราอาจจะบอกคำนี้กับเค้าว่า  เราขอโทษนะ
     
    เขียนให้คนบางคนด้วยใจจริง.....เนท
    28 June

    เมื่อรักเราไม่ใช่ที่หนึ่ง

    การไม่ได้เป็นที่ "หนึ่ง" ในใจคนที่เรารักนั้น
    ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป
    การเป็นที่สอง ในใจเขานั้น ย่อมดีกว่าการเป็นที่สาม ที่สี่
    หรือถึงแม้ว่า . . . เราจะเป็นที่สุดท้าย
    แต่มันก็ยังดีกว่า การที่เราไม่ได้อยู่ในใจเขาคนนั้นเลยไม่ใช่หรือ

    จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ
    แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
    จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
    "เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว
    เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน"

    การรักใครสักคนนั้น . . .
    ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก
    การสบตา จากใครสักคนนั้น . . .
    ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้
    จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .
    . . . อย่างสุดหัวใจ และเศร้าได้อย่างสุดหัวใจ

    อย่า . . . โทษเขา ที่ไม่ได้รักเรา
    อย่า . . . โทษพรหมลิขิตที่ทำให้เราเจอกัน แต่ไม่ได้ทำให้เรารักกัน
    อย่า . . . โทษหัวใจตัวเองที่ไปรักเขา
    อย่า . . . โทษกาลเวลาที่ทำให้เราเจอกันช้าไป
    จงมีความสุข และยิ้มให้กับสิ่งต่าง ๆ เถอะ

    ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .
    เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา

    ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .
    เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน

    ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา  . . .
    เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก

    ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
    เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน

    เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้

     

    09 May

    ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก มิใช่เพียงแค่เกมส์

    เกมการแข่งขันเราสามารถกำหนดได้แต่ความรักเราไม่สามารถกำหนด

     

     

    มีคนบอกว่าความรักก็คือเกมการแข่งขัน

    ในเกมๆหนึ่งตะมีผู้เล่นสองฝ่ายและท้ายที่สุดแล้วของตอนจบ

    จะต้องมีฝ่ายที่ได้ชัยชนะและแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องผู้แพ้

     

     

    ถ้าความรักเป็นเหมือนเกมๆ หนึ่ง

    ฉันต้องเป็นฝ่ายแพ้แล้วต้องออกจากเกมนี้ไป

    และไม่มีทางกลับเข้ามาเล่นเกมนี้ได้ใหม่

     

     

    ส่วนผู้เล่นอีกคนเค้าคือฝ่ายชนะชนะ

    เขายังคงได้เล่นเกมนี้ต่อไป

    และพร้อมที่จะรอหาผู้เล่นคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาร่วมฝ่าฟันอุปสรรคในเกมไปกับเขา

     

     

     

    แต่ความรักสำหรับฉันไม่ใช่เกม

    แล้วมันก็ไม่เหมือนกับเกมเลยสักนิด

    เกมหมายถึงการเดิมพัน แต่ความรักไม่ใช่

     

     

     

    และที่สำคัญในเกมทุกเกม

    ก็จะมีบทสรุปที่ซื้อหาอ่านหรือคาดการณ์จากสิ่งแวดล้อมทั่วไปได้

    แล้วอย่าก็คือถ้าเราอยากให้เกมนี้จบแบบไหนเราสามารถก็ทำได้

     

     

    ซึ่งแต่ต่างจากความรักโดยสิ้นเชิง

    ความรักไม่ใช่เกมการแข่งขันและไม่มีใครกำหนดได้ว่าบทสรุปของความรักจะเป็นอย่างไร

     

     

     

     

     

       บทสรุปของความรักก็มีอยู่สองแบบ

    แบบที่หนึ่ง. . .มีความสุขและ สมหวัง

     

     

                                                          แบบที่สอง. . .ผิดหวังและเศร้าใจ

                                                            บทสรุปของความรักมันเป็นได้แค่สองแบบนี้จริงๆ

     

     

                                                      ตัวละครในเกมมันไม่ใช้เรื่องจริง

                                                            และตัวละครเหล่านั่นก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น

                                                   ตัวละครในเกมไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก

                                                         ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะมันก็ไม่รู้สึกอะไร. . .

                                                       และมันยังพร้อมที่จะกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้ตลอดเวลา

     

     

                                                    แต่ตัวเราเป็นสิ่งที่มีชีวิต มีความรู้สึก

                                               ถ้าฉันแพ้. ฉันเจ็บ. หรือฉันเสียใจ  ฉันร้องไห้ได้

     ถ้าเปรียบความรักเป็นเกมจริงๆ

    คนเราทุกคนก็อยากจะกลับไปเริ่มเล่นใหม่

    และไม่ต้องการให้ตอนจบ. . .มันไม่จบและเจ็บแบบนี้

     

     

     

    ในชีวิตจริงเราทุกอาจคาดฉันหวังกับความรักมากเกินไป

    และหวังว่าในเกมแห่งความรักของฉันจะต้องจบแบบมีความสุข

    แต่สิ่งที่เราทุกคนลืมนึกไป ก็คือผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่ง

    ไม่ได้หวังหรือคิดอะไรไปพร้อมๆ กับฉันด้วย

     

     

    ในเกมนี้ เขาเลือกที่จะจบเกมของความรักเกมนี้โดยที่ไม่มีฉัน

    และตัวฉันคงไม่จำเป็นจะต้องฝ่าอุปสรรคนานาชนิดในเกมอีกแล้ว

    เพราะเขา . . . ไม่ต้องการ

     

     

    ฉันต้องเป็นฝ่ายแพ้และต้องออกจากเกมของความรัก

    ทั้งที่ใจยังอยากจะอยู่ และสู้ไปพร้อมกับเขาเหมือนที่เคยมีกันและกันตลอดมา

     

      

    บทสรุปของความรักมีหลายแบบ และในแต่ละแบบที่เราจะเจอนั้นไม่ใช้เกมที่พอจบเกมถึงคุณจะแพ้หรือชนะก็สามารถเล่นใหม่ได้เสมอ ชีวิตจริงถ้าคุณแพ้คุณก็ต้องเป็นฝ่ายไปและไม่สามารถกลับมาเล่นเกมนี้ใหม่ได้

      

     

    04 February

    กล่าวถึงวันซ้อม....หิหิ

    และแล้ววันซ้อมรับปริญญาที่รอคอยก็มาถึง  และผ่านไปอย่างรวดเร็ว  คิดอยู่นะว่า วันรับปริญญาจริงจะเร็วอย่างนี้มั้ย
     
    วันนี้ได้เจอเพื่อนๆ เยอะแยะ มากับเกือบครบกลุ่ม  ขาดก็แต่จอยประธานอ่ะแหละ  ไม่อยากจะบอกเล๊ยยยยย
     
    คิดถึงจอยเหนาะ  เมื่อวันนั้นหนุกมาก  ถ่ายรูปกันสุดยอดเลย  กล้องเนทก็ปาเข้าไป 500 กว่ารูปแล้ว
    (คงอัดไม่ครบว่ะ  เยอะจัด)
     
    ส่วนตอนซ้อมรับนะ  โดนอาจารย์เบียร์แกล้ง (อาจารย์เบียร์เป็นอธิการฯชั่วคราว) ยิ้มเยาะซะงั้น  เลยก้าวผิด  โดนซ้อมเลย..เซ็ง..
     
    วันนั้นโดนซ้อมไปซะตั้งหลายรอบนะ  ตอนนี้เราก็รอนับเวลาวันรับจริงแล้วล่ะ  ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำผมทรงไหนดี
     
    คัยมีอะไรเด็ดๆ ก้อบอกได้นะ.............ไปล่ะนะ
    29 January

    ไปทริปกับเรอเน่ ฟินลิป แอนด์ พาสเนอร์

    หวัดดีจ้า...เพื่อนๆ
    เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ ( 27-28 ม.ค. 50 ) ที่ผ่านมา
    เราไปเที่ยวเกาะเสม็ดมาล่ะ  ไปกับบริษัทของจ๋า " เรอเน่ ฟืนลิป " หนุกมั่กๆๆๆๆๆ
     
    โห...ตอนแรกก็นึกว่าจะรู้สึกไม่ค่อยดีสิ  เพราะไปก็ไม่รู้จักใครเลยอ่ะ  ไปๆมาๆ ก็รู้จัก  เพราะจ๋าเอาเนทไปพูดในออฟฟิตน่าจะบ่อยมาก
    เพราะทุกคนในออฟฟิตจ๋าไม่มีคนไหนที่ไม่รู้จักเรา (เฮดออฟฟิตที่ชิดลมน่ะ)  เหอๆ พี่ๆ เพื่อนๆ น่ารักมากอ่ะ เทคแคร์เราดีมาก
     
    วันเสาร์เราไปถึงหน้าออฟฟิตจ๋ากันก็เกือบๆ 6 โมงเช้า แล้วก็รอๆๆๆๆๆ ประมาณ 7 โมงล้อก็หมุนไปตามทางจนถึงระยอง (บ้านเพ)
     ประมาณ 11.15 น.ไปถึงท่าเรือกฤษดา แล้วเราก็นั่งเรือข้ามไปเกาะกัน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เป็นเรือไม้แต่ก็ทำใหม่พอดูดี ค่าโดยสารเรือประมาณ 50 บาท
    พวกเราไปกันประมาณ 42 คน มีทั้งไปแบบครอบครัว  เป็นแขกพิเศษของออฟฟิต (รวมเราด้วย) และก็เป็นพนักงานในออฟฟิตด้วยทั้งที่ชิดลม หัวหิน และที่ๆเค้าต้องไปประจำกัน
    ทุกคนมาถึงอ่าววงเดือนด้วยอารมณ์ตื่นเต้น  เพราะวันนั้นคลื่นลมแรงมาก เราเปลี่ยนเป็นเรือเล็กเพื่อนั่งเข้าไปยังหาดวงเดือน เป็นระยะทางไม่ไกลหรอก
    พอได้เหยียบหาดทรายมีความรู้สึกว่าทรายนิ่มมาก  เป็นหาดทรายที่ขาว มีฝรั่งนอนอาบแดดเต็มไปหมด พอไปถึงเราก็พักที่วงเดือน วิลล่า เรากึงที่พักกันประมาณ 12.00 น.
    พอไปถึงก็เก็บสัมภาระเข้าที่พัก  แล้วออกมาทานข้าว  และเล่นเกมที่พี่ๆจัดเอาไว้ให้  เราเองอยู่สีม่วง ชนะไป 1 เกมส์ส่วนสีที่ชนะเลยนี่รู้สึกว่าเป็นสีชมพู ของรางวัลก็เป็นช็อคโกแลค
    จากนั้น 16.00 น. เราก็ได้พักผ่อนกัน  ส่วนเราไปเล่นบานาน่า โบ๊ทมาล่ะ เล่นกับคุณเรอเน่ คุณคริส พี่ม้า และก็พี่พัด สนุกมาก  ล้มกันหลายครั้ง เพราะคลื่นแรงมาก
    จนพอมาล้มครั้งสุดท้าย  เราก็เป็นตะคริวเลย แล้วพี่ม้าก็ต้องมาพยุงเราในน้ำเพื่อที่จะอุ้มขึ้นเรือ ขอบคุณพี่ม้ามากคะ ที่เทคแคร์น้อง
    พอกลับมาจากล่นน้ำก็ไปอาบน้ำที่ห้องพัก  แต่ก็มีเพื่อนหนึ่งคนที่ไม่ได้คุยกันมานานมากโทรมา  เซอร์ไพร์สุดๆอ่ะ  ดีใจนะที่โทรมาอละขอบใจสำหรับคำยินดีเรื่องรับปริญญา
    พอ19.00 น. เราก็ไปทานข้าวกัน  แล้วก็ไปเดินเล่นหน้าหาด  ไปกินกาแฟที่ร้านค๊อกโคน่า  บรรยากาศดีใช้ได้เลย  เราหลับที่ร้านด้วยนะ  ลมเย็นจัดอ่ะ
     
    วันอาทิตย์เราลุกขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า ลุกมาฟังเสียงลม เสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง บ้านเราจะอยู่บนเนินเขา อากาศดีมั่กๆ
    และเราตื่นขึ้นมาจริงๆตอน 10 โมง นอนขี้เกียจอยู่ เพราะปวดเมื่อยไปทั้งตัว สนุกแต่เจ็บตัวก็ยอมอ่ะ  เอาหน่ะ เราไม่ได้มาเที่ยวอย่างนี้บ่อยๆซะที่ไหน
    10.30 น. อาบน้ำแต่งตัวเส็ดก็ลงไปหม่ำข้าวต้มกัน  ตอนเช้าวันนี้น้ำทะเลขึ้นเยอะมาก  พอเรากินข้าวต้มเส็ดก็ไปเก็บของที่ห้อง  แล้วลงมาเดินเล่น  ถ่ายรูปกันกับพี่ๆ
    แล้วประมาณเที่ยงเราก็นั่งเรือกลับกัน  ไปถึงฝั่งระยองก็เกือนๆบ่ายโมง  จากนั้นเราก็แวะไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านตำนานป่า  ซึ่งเป็นที่ๆเราเคยมากินแล้วครั้งนึง
    ตอนที่มากับรีจอยซ์ไง  ประทับใจยังไม่ลืม  อาหารเที่ยงมื้อนี้อร่อยมาก  ไม่ว่าจะเป็นปลายูริทอดกรอบ เอ็นหอย(จอบ)ผัดฉ่า ผัดผักหวาน แกงส้ม ปูนิ่มทอดกระเทียม
    กินข้าวเส็ดก็ไปถ่ายรูปกัน  ถ่าบรูปมาเยอะมาก จะเอาลงให้ดูล่ะนะ และเราก็เดินทางกลับกันประมาณ 15.00 น. ได้แวะซื้อของอีกนิดหน่อย
    และรถเคลื่อนออกจากบ้านเพจริงๆก็ 15.45  จากนั้นก็ตรงดิ่งสู่ชิดลม ถึงหน้าออฟฟิตก็ประมาณ 19.00 น.  เป็นอันจบทริปนี้แย้วจ้า
     
    ทริปนี้เต็มไปด้วยควสามสนุกสนาน  จากคนที่ไม่เคยมาเจอกันก็ได้มารู้จักกัน  จากที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
    ขอบคุณนะคะ  พี่ๆ ทุกคน  น้องคนนี้จะไม่ลืมโอกาสดีๆแบบนี้  วันหน้ามีทริปอีกอย่าลืมชวนน้องคนนี้อีกนะ  อิอิ
    ขอบคุณ คุณเรอเน่  พี่ลี  คุณคริส ที่เป็นเจ้าของบัจเจคให้เราได้มีโอกาสไปร่วมทริปครั้งนี้
    ขอบคุณ พี่เฮี้ยง พี่ตุ๊กกี้ พี่อ้อ พี้อ้อม พี่เจี๊ยบ พี่หนิง พี่ม้า พี่พัด พี่แก้ว พี่พี พี่ พี่ตี๋ พี่ทอง พี่พล พี่หมี พี่ยุ้ย พี่วาส มล พี่คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนาม (ไปเยอะมากอ่ะ จำไม่หมด)
    ขอบคุณไอ้อ้วนที่พาเค้าไปรู้จักกับพี่ๆ รู้จักกับมิตรภาพใหม่ๆ ขอบคุณที่คอยดูแลเค้าอยู่ไม่ห่าง  แต่ตอนเล่นบานาน่าโบ๊ทอ่ะ ห่างนะจนต้องเดือนร้อนพี่ม้าเลย ดูดิ อิอิ
     
    ไปล่ะนะ  เจอกันทริปหน้านะ...